REVIEW Projector ACER P1185

Acer P1185 โปรเจคเตอร์สำหรับนำเสนองานความละเอียด SVGA พร้อมด้วยคุณสมบัติ 3D DLP Ready, 10000 Hrs Lamp Life และ Instant Pack

นวัตนกรรรมใหม่ล่าสุดกับ “ACER รุ่นนี้จิ๋วแต่แจ๋ว สามารถจับต้องได้ในราคาที่ไม่แพงมาก” เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มศึกษาและทดลองการใช้โปรเจคเตอร์ครั้งแรก ถ้าอย่างนั้นเราลองมาดูโปรเจคเตอร์รุ่นนี้มีคุณสมบัติพิเศษอย่างไรบ้าง

โปรเจคเตอร์ Acer P1185 มาพร้อมกับความสว่างที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว โดยความสว่างอยู่ที่ 3200 Ansi Lumen เหมาะสมสำหรับจอที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่หรือที่มีแสงสว่างได้ แถมมาพร้อมด้วย Cotrast 13000:1 ความละเอียด SVGA (800X600) ถือเป็นความละเอียดในระดับกลาง จึงไม่เป็นปัญหาในการดูหนังหรือพรีเซนต์งาน หรือใช้สำหรับสถานบันเทิงต่าง ๆ

Brightness decay & Color shift

โปรเจคเตอร์รุ่นนี้ใช้เทคโลโนยี DLP ในการแสดงภาพ และมีคุณสมบัติ DLP 3D READY ซึ่งทำให้สามารถฉายภาพสามมิติได้ และมีฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ อีกนิดหน่อย อาทิเช่น Acer Color Boost II+ ให้ภาพที่ได้จาก P1185 สมจริง ดูเป็นธรรมชาติ

Acer Color Safe II ช่วยให้คุณภาพของสียังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน และที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างของความพิเศษที่ไม่สามารถมองข้ามได้

Acer Eco Projection เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยประหยัดพลังอัตโนมัติ หากไม่ได้ใช้งานโปรเจคเตอร์เข้าสู่โหมดสแตนด์บาย ส่งผลให้ประหยัดพลังงานมากถึง 20%

โปรเจคเตอร์ P1185 นี้มีอายุหลอดถึง 5000 ชม. ในโหมดปกติ และ 10,000 ชม. ในโหมด Eco ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อประกอบด้วย HDMI, VGA iN/OUT, Composite Video, S Video , Audio Stereo Mimi Jack และ RS 232

HDMI มาพร้อมกับ MHL สามารถรองรับสมาร์ทโฟนที่มี MHL ไม่หมดแค่นี้ฟังก์ชั่นก์ปรับสี่เหลี่ยมคางหมูอัตโนมัติ ขจัดปัญหาภาพบิดเบี้ยว แม้แต่การติดตั้งก็ง่ายดายมากเพียงกลับเครื่องก็สามรถปรับให้อัตโนมัติ

P1185 ขยายจอได้จากขนาด 70”- 300” กันเลยทีเดียว เหมือนท่านมีโรงหนังไว้ที่บ้านแต่ราคาสบายกระเป๋า แต่ไม่แค่จำกัดไว้แค่โรงหนังเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นงานสัมนาหรืองานสังสรรค์ที่ใช้จอขนาดใหญ่ ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

สำหรับท่านที่มองหาโปรเจคเตอร์ในการใช้งาน ฝาก P1185 รุ่นนี้ไว้ให้พิจารณาด้วย สนนราคาไม่แพง คุณสมบัติเหลือล้น อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัส แล้วท่านจะพบโปรเจคเตอร์ไม่ได้ใช้งานยากอย่างที่ท่านคิด และพบประสบการณ์ใหม่จากการใช้โปรเจคเตอร์ สุดยอดมากๆ โดยสามารถหาซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector Benq MW529

Review Projector Benq MW529 ดีจนต้องบอกต่อ

เป็นรุ่น น้องใหม่มาแรง สำหรับแบรนด์ดังชั้นนำที่มีนามว่า BENQ (เบ็นคิว) นั่นเองครับ สำหรับรุ่นนี้ นอกจากมีรูปทรงตัวเครื่องที่สวยงามเป็นเอกลักษ์ไม่เหมือนใคร และ ยังแฝงมาด้วยความละเอียดระดับ HD กันเลยทีเดียวล่ะครับ นั่นหมายความว่า เจ้าตัวนี้ยังสามารถนำไปใช้ เพื่อเพิ่มความบันเทิงให้ท่านผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ ด้วยความละเอียดสูงถึง 1280 X 800(WXGA) หรือที่เรียกกันว่า HD READYที่มีสเกลภาพอยู่ที่ 16:9 (Wide-Screen) นั่นเองครับ

 

ต้องขอกราบขอบพระคุณทาง BENQ ที่ได้ผลิตสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ออกมาให้เราได้ใช้งานกันอย่างมีประสิทธิภาพและมีรอยยิ้มครับ

 

เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วเรามาดูข้อมูลเจ้าเครื่องนี้กันดีกว่าครับ ว่ามีอะไรดีๆ เด็ดๆ ซ่อนอยู่ภายในบ้างครับ เรามาเริ่มที่หัวใจของเจ้า Projector BenQ MW529 กันเลยครับ ตัวนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี DLP ที่ให้ความสว่างและความคมชัดสูงและนวัตกรรมใหม่ที่ทุกคนรอคอยกับNEW 3D ที่ให้มิติภาพที่สูงกว่าเดิม สวยกว่าเดิม ได้อารมณ์กว่าเดิม นั่นเองล่ะครับ รวมไปถึงหนังที่ใช้คุณภาพสูงถึง 3D – Full HD นั่นก็สามารถนำมาใช้งานกับเครื่องนี้ได้เลยล่ะครับ

 

เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับ จากที่ฟังมาแค่นี้ก็ทำให้อยากเห็นตัวเครื่องแล้วสินะ ขอบอกก่อนเลยว่าสวยงามมากกกก ใครเห็นแล้วจะหลงรักเลยล่ะครับ

 

รูปด้านหน้า PROJECTOR BENQ MW529

 

จากรูป จะเป็นด้านหน้าของตัวเครื่องนะครับ เป็นไงล่ะสีขาวนวลใส งดงามซะไม่มี !! การออกแบบมาแนวนี้ถือว่ายังคงให้เกียรติ ต้นฉบับ Model จากที่เคยออกแบบมาก่อนหน้านี้ (รุ่นเก่า) ยังคงไว้ในรูปแบบกะทัดรัด น้ำหนักเบามาก ถ้าเทียบกับแบรนด์ คู่แข่ง !! มาดูสเปคกันบ้างดีกว่าครับ ว่าแต่ใครชอบสเปคแบบไหนกันบ้างนะ อยากรู้จริงๆ อวบ ขาว ใหญ่ๆ หรือว่า ผอม เล็ก หุ่นดี และดำ ฮ่าๆๆๆๆ เจ้าตัวนี้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์แทบจะทุกอย่างบนโลก ณ ปัจจุบัน ด้วยพอร์ต HDMI ที่ใครๆก็มีผมพูดถูกมั้ยครับ และยังมีอีก เยอะมากจนอธิบายไม่ถูก ให้ดูรูปเลยดีกว่าครับ

 

รูปด้านหลัง PROJECTOR BENQ MW529

 

เอาล่ะครับ มาเริ่มกันที่ HDMI พอร์ตที่ใช้งานได้ง่ายมากๆ และคุณภาพสูงที่สุด แล้วยังมาทั้งภาพและเสียงพร้อมๆกันเลยทำให้ผู้ใช้งานนิยมใช้เป็นส่วนใหญ่ , D-SUB – IN(Computer)Port หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า VGA มีให้ใช้งาน 2 ช่องกันเลยทีเดียวหรือจะพูดว่าสามารถใช้งาน 2 User ก็ได้คับ แต่ไม่สามารถใช้พร้อมกันได้ อย่าลืม! มีเข้าก็ต้องมีออก , D-SUB – OUT(Computer) Port หรือ VGA ออกนั่นเองครับ มี 1 ช่องให้ใช้งานครับ มาต่อกันที่ AV Port ตัวนี้ยังมีผู้ใช้งานอยู่เหมือนกันนะครับ แต่คุณภาพสัญญาณไม่ดีเท่า HDMI กับ VGA ครับ มาต่อกันที่ Audio In-Out มีให้ใช้งานครบทุกอย่างตามที่ลูกค้าต้องการเลยล่ะครับ ส่วนที่เห็น 2 ช่องฝั่งขวาสุด จะใช้สำหรับงาน Service เท่านั้นนะครับ

 

BenQ SmartEco Technology

เรามาดูเทคโนโลยีอื่นๆ กันบ้างดีกว่านะครับ ว่ามีอะไรใหม่บ้าง อันดับแรกแนะนำเลยครับ กับ BenQ SmartEco Technology ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ด้วยระบบการประหยัดพลังงานแบบไดนามิก เพิ่มความสว่างสูงขึ้นแต่คงไว้ซึ่งการประหยัดพลังงานเหมือนเดิม จะใช้งานที่บ้านหรือบริษัทของคุณ ก็สามารถที่จะประหยัดพลังงานได้สูงถึง 70% ของการใช้งานของหลอดภาพ และยังประหยัดค่าจ่ายในการเปลี่ยนหลอดภาพใหม่อีกด้วยครับ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยทำให้ลูกค้าสามารถรับชมภาพยนตร์ที่มีความคมชัด และสีสันสวยสดใส ได้อย่างดีเลยล่ะครับ เรามีภาพมาให้ดูเพื่อเปรียบเทียบด้วยครับ ตามรูปด้านล่างนี้เลยครับ

 

โหมดปกติ ใช้พลังงาน 270W โดยเฉลี่ย แต่โหมด SmartEcoเพิ่มรายละเอียดในแสงมืด ใช้พลังงานเพียง 220W โดยเฉลี่ย

 

DLP BrilliantColor™

มาต่อกันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำหน้าไปไกลกับ DLP BrilliantColor™ ที่ให้แสงสี ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น กับ วงล้อสีที่มีมากถึง 6 สีกันเลยทีเดียว และชัดเจนยิ่งขึ้นในโหมดภาพ sRGB ครับ มีภาพประกอบด้านล่าง

 

 

สุดยอดภาพคมชัดสบายตาเหมือนการอ่านหนังสือจริง

ด้วยเทคโนโลยี DLP ทำให้มีความละเอียดในแต่ละพิกเซลของภาพนั้นสูงมาก ซึ่งจะทำให้เส้นขอบดำทึบที่กระจายอยู่รอบๆภาพแต่ละภาพหายไป นอกจากนั้นยังทำให้มีความคมชัดสูงอีกด้วย จึงทำให้งาน Presentation ออกมาได้สมบูรณ์แบบตามที่เราต้องการ แม้กระทั่งข้อความที่มีขนาดเล็ก ลายเส้นบางๆ และรายละเอียดในฉากมืดๆ นั่นเองล่ะครับ

 

 

Spec Projector BenQ MW529

Projection System : 3D DLP
Brightness : 3,300 Ansi Lumens
Native Resolution : WXGA (1280 x 800)
Contrast Ratio : 13,000:1
Display Color : 1.07 Billion Colors
Aspect Ratio : Native 16:10 (5 aspect ratio selectable)
Lamp Mode (Normal/Eco/SmartEco/LampSave) : 4,500/6,000/6,500/10,000 Hours
Resolution Support : VGA(640 x 480) to WUXGA_RB(1920X1200)
Weight : 1.9kg

Interface ช่องเชื่อมต่อสัญญาณต่างๆ
Computer in (D-sub 15pin) x 2 (Share with component)
Monitor out (D-sub 15pin) x 1
Composite Video in (RCA) x 1
S-Video in (Mini DIN 4pin) x 1
HDMI x 1
Audio in (Mini Jack) x 1
Audio out (Mini Jack) x 1
Speaker 2W x 1
USB (Type mini B) x 1
RS232 (DB-9pin) x 1
IR Receiver x1 (Front)

วันนี้ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ หวังว่าท่านที่เข้ามาอ่านในรีวิวนี้ จะได้ประโยชน์ไปใช้ไม่มากก็น้อยนะครับ อิอิ.. รอบหน้าเราจะมารีวิวตัวไหนต่อไป ต้องคอยติดตามชมต่อไปนะครับ ใครที่สนใจสินค้าตัวนี้และอยากได้ ข้อมูลมากกว่านี้เชิญที่ https://projectorpro.in.th วันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับผม..

REVIEW Projector EPSON EB-X36

REVIEW Projector EPSON EB-X36 ครบเครื่องสำหรับใช้ในออฟฟิศ

ถ้าพูดถึงโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน หรือบริษัทต่างๆ หลายคนก็จะนึกถึง Epson ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในไทยมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

 

ตอนนี้ Epson ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ EB-X36 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับทั้งพีซีและเครื่องMac รวมถึงยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad หรือแม้แต่ Apple TV ได้อีกด้วย

 

 

ดีไซน์และการออกแบบ

โปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 ถือเป็นรุ่นท็อปในระดับใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน แต่ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย โดยมีความกว้างยาวอยู่ที่ 269 x 297 มิลลิเมตร และหนาเพียง 87 มิลลิเมตร ด้านหน้าของเครื่อง มีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางกลางโต๊ะ จะไม่ทำให้คนที่ทำงานด้านข้างรู้สึกร้อนไปด้วยแบบเครื่องยี่ห้ออื่น

 

 

ด้านบน เป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องและรุ่นใหม่ที่ออกมายังมีปุ่ม HOME ที่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ

 

 

ด้านล่าง พร้อมขาตั้งในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมุมซ้ายขวาสามารถปรับเอียงซ้ายขวาได้ตามใจท่านชอบเลยครับ

 

 

ด้านหลังเป็นแผงเชื่อมต่อซึ่งมีหลายช่องทางมากๆ

• HDMI 1 พอร์ต
• VGA 1 พอร์ต
• S-Video
• ช่องต่อแบบ AV 1 ชุด , พร้อม Audio ขาว-แดง
• ช่อง USB – B 1 พอร์ต
• รองรับ USB 1 พอร์ต
ส่วนกลมๆ ที่เห็นด้านขวาสุดจะเป็นเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณรีโมทครับ

 

USB Wireless LAN Adapter

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB Wireless LAN Adapter ELPAP10

 

เมื่อเปิดไฟล์นำเสนองานอย่าง Keynote ก็แสดงผลได้เป็นปกติ ตัวหนังสืออ่านได้คมชัด คืออัตราความคมชัด (Contrast Ratio) มากถึงระดับ 15,000 : 1 และให้แสงได้ในระดับ 3600 lumen คือปรับสว่างจนแสบตาได้เลย Colour Brightness หรือค่าความว่างของสีเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่เวลาซื้อโปรเจ็คเตอร์ควรต้องดู ค่าความสว่างจะมีหน่วยเป็น

 

“ลูเมนส์” (Lumens) ยิ่งมีค่ามากยิ่งทําให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์ EPSON EB-X36 จะมีค่าความสว่างของสีมากถึง 3,600 ลูแมนส์ จะเห็นว่าภาพที่ออกมาบนจอ นอกจากแสงที่สว่างแล้วยังมีสีที่ทําให้ภาพออกมาชัดเจน ลองเปิดคลิปบน YouTube ก็ให้ภาพสีสันจัดจ้าน เห็นการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย

 

 

ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีการ Built-in ลำโพงมาให้ภายในเครื่องด้วย เราสามารถตั้งเปิดเสียงผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ลำโพง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่มีลำโพงอย่างเช่น Apple TV สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย โดยลองปรับให้ดังระดับสูงสุดก็ได้เสียงที่ดังมากๆ ดังไปถึงห้องข้างๆ และเสียงก็ไม่แตก แต่ถ้าใช้งานทั่วไปแค่ระดับ 4-6 ก็พอแล้ว ทดลองใช้ต่อกับ Apple TV ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทาง HDMI ได้เลย นอกจากจะได้ภาพขึ้นจอแล้ว ยังได้เสียงออกมาทางลำโพงของเครื่องโปรเจคเตอร์อีกด้วย ทดลองใช้ดูคลิปกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด ในคุณภาพไฟล์ระดับ 1080p แต่สีที่ได้ค่อนข้างสดไปหน่อย สามารถไปปรับได้ในค่าโหมดสีภาพ

 

ภาพตัวอักษรที่ได้บนจออ่านได้ง่ายดี อันนี้ต้องยอมรับว่าหลอดภาพให้ความคมชัดสูงมากจริงๆ การปรับภาพทำได้หลายโหมด รวมถึงปรับความสว่าง, ความคม, Contrast, ค่าสีและอีกหลายค่าการแสดงผล

 

รุ่น EB-X36 นี้มาพร้อมช่องเสียบ USB ทำให้เราสามารถเสียบ Thumbdrive หรือ External Harddisk มาที่เครื่องได้ เมื่อปรับไปโหมด USB จะแสดงรายชื่อไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาบนจอ รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG หรือ GIF สามารถเปิดเป็น Slideshow ทั้ง Folder เลยก็ได้

 

ถ้าเราฉายภาพบนจออยู่แล้วอยากหยุดแสดงภาพชั่วคราว ก็มีระบบ A / V Mute คือแค่กดปุ่มบนรีโมท หรือปิดตัวเลื่อนที่อยู่ตรงเครื่องเข้ามา เครื่องก็จะทำการพักหน้าจอและปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเอากระดาษหรืออะไรมาบังแสงอีกต่อไป

 

วางเครื่องไว้ด้านข้าง ก็ยังปรับภาพแสดงผลได้ปกติ

ปัญหาของการใช้โปรเจคเตอร์ในออฟฟิศอย่างหนึ่ง คือบางครั้งเราจำเป็นต้องวางตัวเครื่องในมุมด้านข้างของจอ ซึ่งปกติแล้วก็จะได้ภาพที่เอียงและเบี้ยวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

 

โปรเจคเตอร์ EB-X36 นี้เครื่องจะปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากเลยด้วย ทำให้ไม่เสียจังหวะในการนำเสนองาน หากต้องมีการเปลี่ยนมุมของเครื่อง

 

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android

 

ความสามารถหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่น EB-X36 นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wifi ได้ โดยเราสามารถแชร์หน้าจอผ่านทางโปรแกรมที่ชื่อ EasyMP Network Projection ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันบน Mac และ PC Windows (แถมมากับ CD ในเครื่อง หรือโหลดจากเว็บ Epson ได้)

 

การใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเปิดโปรแกรม EasyMP Network Projection ขึ้นมา เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติ และเราสามารถแชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ การแสดงผลผ่านทาง Wifi จะสามารถควบคุมผ่านแผง Control บนหน้าจอ เช่นหยุดพักภาพชั่วคราวได้ สามารถซ่อนแผงควบคุมนี้ได้เช่นกัน นอกจากแชร์หน้าจอผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ขึ้นไปบนจอใหญ่ได้ด้วย โดยจะใช้งานผ่านแอพที่ชื่อ iProjection application ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีเลย

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

• หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
• หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
• มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
• ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
• การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป

สรุป

จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-X36 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

 

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว

 

โดยสรุปแล้วโปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องขนาดเล็ก มีความคมชัดที่สูงมาก นอกจากนั้นยังปรับภาพได้หลากหลาย ปรับภาพในมุมเอียงได้อัตโนมัติ รองรับการเชื่อมต่อจากหลายช่องทาง ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศที่ครบเครื่องทีเดียว
สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector Viewsonic PJD5255

Review Projector Viewsonic PJD5255 ดาวดวงใหม่ ในจักรวาลเดิม

หลากหลายยี่ห้อชั้นนำในท้องตลาดยุทธภพโปรเจคเตอร์ ไล่มาตั้งแต่พื้นฐานระดับ Noviceไปยันเทพเจ้าที่จุติในคราบผู้อาวุโสยืนหยัดบนชั้นสูงสุด ล้วนแล้วแต่สร้างสีสันให้วงการด้านภาพแสงเงาบรรเจิด เลิศหรู ดูอลัง พร้อมพรั่งด้วยความวิจิตรและพิสดาร

 

อย่างเจ้าของตราสำนัก นกฟิ้นช์เจ็ดสีสามตัว นาม Viewsonic บิ๊กเนม ผู้ก่อร่างสร้างแบรนด์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 หรือปี พ.ศ.2530

 

เป็นอีกเบอร์หนึ่ง ที่มักถูกมองข้ามเนื่องจากพักหลังๆ เน้นสร้างชื่อสร้างผลงานสะท้านยุทธจักรอยู่อีกทางฟากฝั่งของโลกสีน้ำเงินใบนี้ ด้วยผลงานขึ้นแท่นเบอร์ 1 สำหรับโปรเจคเตอร์ แบบ 1080p ที่จำหน่ายผ่าน distributor ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือน มกราคมถึงมิถุนายน ปี 2014 โดยผลการวิจัยตลาดของ PMA Research’s Distributor Projector Tracking Service report และผลงานอื่นๆ อีกมากมาย

 

โดยผลงานที่นำมาเปิดครั้งตัวคราวนี้ หวังจะสร้างการรับรู้ครั้งใหม่ให้ตลาดบ้านเรา ชิมลางถึงประสิทธิภาพการทำงานของโปรเจคเตอร์ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของความภูมิใจจาก Viewsonic

 

ปรบมือให้กับ LightStream PJD5 Series PJD5255 โปรเจคเตอร์ที่ทาง Viewsonic เน้นนำเสนอประสิทธิภาพการทำงานสมน้ำสมเนื้อกับราคา

 

รูปร่างหน้าตาดูเรียบง่ายของ PJD5255 แต่อย่าพึ่งปรามาสความสามารถข้างใน

 

รูปลักษณ์ที่ใช้ให้ตัวเครื่องโค้งมนเป็นการตอบโจทย์การใช้งานที่ดูเรียบง่าย ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ได้ แต่แฝงไว้มากมายด้วยความสามารถ ขยับคอนทราสไปถึง 20,000 : 1 พร้อมความสว่างที่ให้มาถึง 3300 ANSI Lumens เพียงพอต่อการฉายภาพในสถานที่ที่มีข้อจำกัดเรื่องแสงสว่าง

 

เส้นสายการออกแบบที่เน้นความโค้งมนของตัวเครื่อง เพื่อให้ความรู้สึกเรียบง่าย เป็นมิตรต่อผู้ใช้

 

แผงควบคุมบนตัวเครื่องที่ฉีกแบบจากเดิม เพิ่มลูกเล่นในงานออกแบบ PJD5255

 

ความละเอียดระดับ XGA (1024×768) คงคุณภาพจากต้นฉบับให้คมชัด และด้วยเทคโนโลยี SuperColor™ ของ Viewsonic จะสร้างช่วงสีสันเฉดสีให้กว้างขึ้นเพื่อให้ใกล้เคียงสภาพแวดล้อมของภาพมากที่สุด

 

SuperColor™ เทคโนโลยีอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ Viewsonic สร้างสีสันให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากขึ้น

 

การใช้พลังงานของเจ้าตัวโปรเจคเตอร์ PJD5255 ทาง Viewsonic ไม่ได้เพิกเฉย โดยกระแสรักษ์โลกยังคงอยู่ในกระแส ทาง Viewsonic จึงได้จัดเทคโนโลยีฟังค์ชั่น DynamicEco™ สำหรับการยืดอายุหลอดภาพให้นานขึ้นไปถึง 10,000 ชม. โดยลดการใช้พลังงานลง 70%

 

ช่องเชื่อมต่อหลากหลาย รองรับทุกการเชื่อมต่อ

 

มองช่องเชื่อมต่อทางด้านหลัง Viewsonic จัดมาให้ครบครั้น โดยยังคง Analogอย่างช่อง AV, S-Video, VGA In x2 พ่วงด้วย VGA Out x 1 สำหรับการรองรับเทคโนโลยีแบบเดิม เพิ่มเติมด้วย HDMI x1 เพื่อการใช้งานภายใต้เทคโนโลยีแบบใหม่

 

หน้าตารีโมทคอนโทรล และเมื่อเทียบกับตัวเครื่อง PJD5255

 

ความสามารถรอบตัวเพียงพอกับการเข้ามายืนประจัญหน้าปะทะกับเหล่าแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างทัดเทียม คุณสมบัติส่วนตัวพอฟัดพอเหวี่ยงไม่น้อยหน้า ขอเชิญพิสูจน์ให้เห็นกับตา จะได้ไม่หาว่าคำที่กล่าวข้างต้นนั้นเกินจริง
ขณะนี้สินค้ายังไม่ได้นำเข้ามาแต่จะนำเข้ามาเร็วๆนี้ เตรียมติดตามกันได้เลยที่ https://projectorpro.in.th